site loader
site loader
04/06/2021 นร.ชาย ใส่กระโปรงมาเรียนแต่ถูกไล่ออก ครูชายจึงประท้วงด้วยการใส่กระโปรงมาสอนบ้าง!

นร.ชาย ใส่กระโปรงมาเรียนแต่ถูกไล่ออก ครูชายจึงประท้วงด้วยการใส่กระโปรงมาสอนบ้าง!

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว หลังจากที่ มิเคล โกเกส นักเรียนชายชาวสเปนวัย 15 ปีถูกไล่ออกจากโรงเรียนของเขาในเมืองบิลเบา หลังจากที่เขาใส่กระโปรงมาโรงเรียน

มิเคลได้อธิบายว่า เขาทำสิ่งนี้เพื่อสนับสนุนแนวคิดแบบสตรีนิยมและคนข้ามเพศและยืนหยัดต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน เขาจึงตัดสินใจใส่กระโปรง และใส่กางเกงขายาวสีดำเอาไว้ข้างใน แน่นอนว่าทุกคนต่างมองเขาด้วยสายตาประหลาด แต่เขาไม่แคร์ แต่หลังจากที่อากาศร้อนจัด มิเคลตัดสินใจที่จะถอดกางเกงออกเหลือแค่เพียงกระโปรงเท่านั้น และในระหว่างนั้นเองเขาถูกนำตัวไปพบกับนักจิตวิทยาที่คอยสอบถามเขาว่ารู้สึกโอเคหรือไม่

เรื่องนี้กลายเป็นกระแสดังมากในโลกโซเชียลของสเปน จนเกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อ Clothes Have No Gender (#laropanotienegenero) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติบรรทัดฐานทางเพศในประเทศแถบยุโรป

ส่วนนี่คือ โฆเซ ปินาส หนึ่งในคุณครูคนแรก ๆ ที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุน มิเคล โกเมส ซึ่งส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคุณครูและนักเรียนอีกหลายคน โดนเฉพาะคุณครูชายหลายท่าน ก็ออกมาร่วมใส่กระโปรงเพื่อประท้วงมากขึ้น

ซึ่งจุดประสงค์ของคุณครูชาย ในแคมเปญ Clothes Have No Gender เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนรู้จักเปิดใจและเคารพในความหลากหลาย สิ่งที่สำคัญคือการทำลายอคติที่เด็ก ๆ อาจเรียนรู้มาจากพ่อแม่ในขณะที่อยู่บ้าน และต้องไม่ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจผู้อื่น ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เด็กผู้ชายสามารถไว้ผมยาวรวมถึงเข้าครัวทำอาหารได้ เช่นเดียวกับเด็กผู้หญิงที่ชื่นชอบในการเตะฟุตบอลและอยากไว้ผมสั้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติและมันไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด และนี่ก็ถือเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความทุ่มเทของคุณครูชาวสเปนที่มีต่อลูกศิษย์ของพวกเขา ที่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร

Related Post

ฮือฮา ตัวการ์ตูนดัง โผล่ ฝาฝนังวัด เจ้าอาวาสชี้แจ้ง ทุกตัวละครมีความหมาย วานนี้ (15 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 Read more

หนุ่ม กรรชัย

หนุ่ม กรรชัย ต้อง Live สด ชี้แจ้งว่าจะต้องเข้ารับการกักตัวตามมาตรการให้ครบ และ อาจจะหายจากหน้าจอสักพักนึง ในรายการสดที่ทำไว้

วิจัยโควิด

เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานโดยอ้างอิงงานวิจัยชิ้นใหม่ที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเมื่อราว 20,000 ปีก่อน